
Titile: Off Short YunJae : รอยยิ้มที่น่าสงสัย Vs ป้ายไฟยุนแจ
Author: ayakoxx & zebracat
Genre: Short fiction , Reality
Pairing: Yunho+Jaejoong
Author’ note : สีชมพู = ชบาแก้ว ( ayakoxx ) // สีน้ำเงิน = ก้านกล้วย ( zebracat )
(อายะ: อ้าวเฮ้ย...ตรูเป็นชบาแก้ว...งั้นตรูก็เป็นเคะอ่าจิ...ม่ายยยยยยย.....)
( ต่าย : ฮ่าๆๆๆ **หัวเราะสะใจ+เท้าสะเอวไปด้วย** )
*** กรุณาอย่านำฟิกเรื่องนี้ออกไปที่อื่นนะคะ^^ ***
( ขอบคุณที่เข้าใจเราคะ )
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ตะเอ๋ หวาดดีค๊าา ^ /|\ ^
. . แปลกใจไหมเอ่ยที่ฟิกเรื่องนี้ดูหลากสีสันเหลือเกิน หึหึ ( จริงๆมีแค่สองสีเองคะ คือสีน้ำเงินกะสีชมพู ) . . ที่ต้องแยกสีก้อเพราะฟิกเรื่องนี้เป็นฟิกร่วมคะ^^ ( คนอ่าน : ตรูรู้แล้ววเฟ้ยยย ไม่ต้องมาบอก ) 55+
อ่าคะ . . นั่นละคะ เพราะว่าเป็นฟิกร่วมของ( อายะ ) ayakoxx แล้วก็ ( ต่าย ) zebracat . . ที่แต่งขึ้นเพื่อสนองนี๊ดส์ตัวเอง (จริงๆๆ!!) . . . บับว่าความปลื้มใจในคอนวันนั้นมันไม่ยอมหายไปซักที ทั้งๆที่ก็ผ่านมาแล้วตั้งหลายวัน. .เพราะงั้นก้อเลยอยากลองระบายเป็นฟิกชั่นดู XD . . ซึ่งต้องบอกเลยว่า . .เป็นฟิกร่วมเรื่องแรก -*- . . เพิ่งเคยแต่งร่วมกะคนอื่น แปลกดีเหมือนกันแฮะ . .แต่งแบบไม่มีพล๊อตด้วย 55+
>> ที่เรื่องนี้ไม่มีพล๊อตก็เพราะว่ามันเป็นฟิกต่อมากกว่าจะเรียกว่าฟิกร่วม . . หลายคนคงเคยเล่นใช่ไหมคะที่คนหนึ่งเริ่ม อีกคนต่อ ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีพล๊อต ไม่มีโครงเรื่อง . . นั่นละคะ . .ฟิกเรื่องที่ทุกคนกำลังอ่านอยู่นี้. . ก็เป็นแบบนั้นละคะ
>>> เรื่องของเรื่องจริงๆก็คือ ตอนนั้นกำลังเรียนกันอยู่. .แล้วบับว่าต่ายกำลังเบื่อๆ ก็เลยลองชวนอายะ(ที่กำลังทำท่าจะหลับ 55+) แต่งฟิกต่อกัน ( ขอย้ำว่ากำลังเรียนกันอยู่! ) . . และในขณะที่เพื่อนๆกำลังตั้งอกตั้งใจจดเลคเชอร์ฟังอาจารย์สอน . . อิสองตัวนี่มันก็เริ่มเขียนอะไรยุกยิกๆส่งกันไปมาจนอาจารย์เหล่แล้วเหล่อีก 55+ . . และไม่นาน. . ข้อความในเศษกระดาษยู่ๆกับลายมือที่อ่านไม่ออกก็กลายมาเป็นฟิกเรื่องนี้ 555+ เพราะงั้นคงไม่ต้องย้ำมากมายว่ามันจะพิลึกขนาดไหน ( โดยเฉพาะตอนจบ -*- ) . .เอาเป็นว่าถ้าผิดๆ เพี้ยนๆยังไงตรงไหน . .อย่าถือสากันเน้อออ ^^. . . ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะค๊าา ^ /|\ ^
(อายะ : อายะทอล์คข้างล่าง...ไหนๆ วันนี้เปงเคะแระ... อยู่ล่างมะซะเลย หึๆๆๆ....พูดจาส่อเสียดนะเราอะ...)
한때는 지워낼 수 없던 나의 욕심을
넌 허락치 말아줘 이제는 모두 지나간 일이지만
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
เคยไหม . . ที่บางครั้งอยากจะยิ้ม แต่ก็ยิ้มไม่ได้ !?
.
.
. . ไม่ใช่ยิ้มไม่ออก. . . แต่เพราะยิ้มออกไปไม่ได้จริงๆ . . . . ถึงต้องเก็บสะกดเอาไว้
. . ทั้งๆที่บางครั้งก็อยากระเบิดออกมาให้เต็มเสียง
. . บางครั้งก็อยากจะบอกความจริงกับแฟนๆ
แต่เพราะปัจจัยหลายๆอย่าง . .
. . จึงทำได้เพียงแต่ซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย . .
ไม่ใช่เฉพาะแค่รอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะ. .
. . แต่ทุกอย่างที่ต้องปิดบังหรือเก็บซ่อน . . นั่นก็เพราะไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่ทำได้ทุกอย่างอย่างที่อยากจะทำ
เพราะต้องแคร์สายตาคนอื่น . . เพราะต้องแคร์ความรู้สึกสังคมรอบข้าง . .
เพราะสิ่งที่เป็นอยู่นั่นถูกมองว่า ผิด . .
.
.
.
แต่อย่างน้อยก็ยังดี . . ดีที่ได้รู้ว่า . . สิ่งที่คนอื่นคิดว่ามัน ‘ ผิด ’
. . ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น . . ที่คิดว่ามัน ‘ ถูก ’ . .
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ภายในลานฮอลล์กว้างที่ถูกจัดสร้างเป็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่โดยทุ่มงบไปเต็มที่ถึง50กว่าล้าน . . ณ ที่แห่งนี้ ชายหนุ่มหน้าตาดีดีกรีระดับเทพทั้งห้าคนกำลังยืนตระหง่านต่อหน้าบรรดาแฟนคลับที่พร้อมใจกันถือแท่งไฟสีแดง . . จนย้อมสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นทะเลสีแดงที่อัดแน่นไปด้วยคลื่นคนจำนวนมาก . .
เสียงกรี๊ดที่ดังลั่นสนั่นจนสะท้อน . .ดังกึกก้องทั่วทั้งฮอล์ลทันทีที่ห้าเทพเริ่มร้องและเต้น . .
หลังจากที่ผ่านไปเพลงแล้วเพลงเล่า . . ห้าหนุ่มก็เริ่มเดินออกมาตามแคทวอล์กเพื่อให้บรรดาแฟนคลับได้ยลโฉมกันใกล้ๆ . .
เสียงกรี๊ดยังคงไม่หยุดไม่หย่อน . .ไม่ได้ลดดีกรีความดังลงบางเลย . .ซ้ำเสียงนั้นยังดูจะดังยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อความหล่อเหลาประจักษ์ชัดต่อสายตานับหมื่น . . .
ชายหนุ่มทั้งห้าค่อยเดิน พลางสอดสายตาจ้องมองไปรอบๆ. . . รอยยิ้มที่ปลาบปลื้มใจมีให้เห็นได้ชัดเจน . .
และในบรรดาสายตาคมที่กำลังเก็บภาพที่น่าปลื้มอกปลื้มใจของบรรดาแคสสิโอเปียที่พร้อมใจกันถือแท่งไฟสีแดงอยู่นั้น . . ยูโนว์ยุนโฮ ลีดเดอร์ของวง ก็พลันสบสายตาไปยังแฟนๆกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าเวที
ทันทีที่สายตาคมกวาดจับจ้องไปยังกลุ่มคน ท่ามกลางกลุ่มคลื่นไฟสีแดงของบรรดาแคสสิโอเปีย . . ป้ายสีน้ำเงินหลาก็กระทบสายคมเข้าอย่างจัง
ยุนโฮกวาดสายตาจับจ้องด้วยความประหลาดใจไปที่แสงสีน้ำเงินที่สะท้อนท่ามกลางเหล่าแสงสีแดง . . ป้ายไฟขนาดไม่ใหญ่มาก แต่แรงไฟที่สว่างจ้าทำให้เขาต้องหยุดละสายตามาด้วยความสงสัย . .
‘ ยุนแจ ’ . . . !?
ร่างสูงนึกทวนคำในใจตามที่เห็น . . แผ่นป้ายขนาดไม่ใหญ่มากที่กำลังอวดโฉมโชว์หลาอยู่ไม่ห่างจากเขา . . ส่องแสงสว่างชัด . . คำว่า ‘ ยุนแจ ’ !!
เพียงชั่วครู่ประมาณ สามวินาที สมองของเขาก็ประมวลผลได้ ยุนโฮกระตุกยิ้มที่มุมปากด้วยความยินดีอย่างไม่ปิดบัง แฟนคลับที่นี่รู้ใจเขาดีจริงๆ ร่างสูงอดคิดไม่ได้ว่าบุคคลหน้าสวยหวานที่ถูกพาดพิงไปกับเขานั้น จะเห็นเหมือนเขาหรือเปล่า . . ถ้าเห็นแล้วอีกฝ่ายจะทำหน้าอย่างไรบ้างนะ . . . จะยิ้มด้วยความยินดีเฉกเช่นเดียวกับเขา หรือจะอายม้วนหน้าแดงเป็นผลแอปเปิ้ลก็ไม่รู้ คิดแล้วก็อดจินตนาการภาพตามไม่ได้
ถึงแม้ว่าใจจะอยากเดินเข้าไปหา . . หรืออยากจะลองกระเซ้าเย้าคนสวยดูซักนิดว่าจะเห็นเหมือนกันบ้างหรือเปล่า ? . . แต่เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่บ้าน ! . . ไม่ใช่ในห้องที่มีกันเพียงแค่สองคน !
. . . แต่เป็นลานฮอล์ลที่อัดแน่นเต็มไปด้วยบรรดาแฟนคลับที่พร้อมใจมาดูคอนเสิร์ต . . !! ถึงใจจะอยากเดินเข้าไปหามากแค่ไหน . . หรืออยากจะหยอกล้อมากเท่าใด . . แต่เสียงเชียร์และเสียงตะโกนเรียกของบรรดาแคสสิโอเปีย ก็ทำให้ได้แต่เก็บความซุกซนไว้ในใจลึกๆ . . โดยหวังว่า จบคอนเสิร์ตเมื่อไร . . เมื่อนั้นเจอกัน XD
ร่างสูงพยายามทำจิตใจซุกซนฟุ้งซ่านให้สงบ และร้องเพลงต่อไปจนจบ จากนั้นไม่นาน เวลาที่เขารอคอยก็มาถึง . . เวลาที่พวกเขาต้องกลับไปหลังเวทีเพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ในขณะที่สมาชิกทั้งสี่คนและสไตล์ลิสต์กำลังขะมักเขม้นกับการเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นั้น คงมีเพียงเขาเองที่หยิบเสื้อผ้าและเดินไปหาแจจุงที่กำลังติดกระดุมเสื้อด้วยความรีบร้อน
“ นายเห็นป้ายชื่อพวกเราไหม ~ ”
เสียงทุ้มที่ยังเจือแววหอบ จงใจถามใกล้ๆกับซอกคอขาวของร่างบาง โดยไม่ได้นึกรังเกียจกลิ่นกายหรือหยดเหงื่อที่เกาะพราวเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังสูดดมเข้าไปเต็มปอด . . ยุนโฮที่ยืนอยู่หลังแจจุงแอบลอบสูดดมกลิ่นกายบนผิวขาวๆที่แม้จะออกแรงจนเหงื่อท่วมแต่ก็ยังคงได้กลิ่นสบู่จางๆ
“ ป้ายชื่ออะไร. . ฉันเห็นมีเต็มไปหมด ไม่ทันสังเกตหรอกว่าเป็นชื่อใครน่ะ ”
“ จริงเหรอ. . น่าเสียดายจัง มันสวยมากเลยนะ คนที่นี่เขารู้ดีจัง . . จริงๆฉันว่านายก็น่าจะเห็นนะ. . ” พูดพลางโอบกอดคนตรงหน้าไว้
“ ป. .ป้ายอะไร. . ฉันไม่เห็นทั้งนั้นแหละ . .นี่. . ปล่อยก่อน . .เดี๋ยวแต่งตัวไม่ทัน ” ร่างบางพยายามขืนกายออกแต่ก็สู้แรงแขนแกร่งนั้นไม่ได้...
“อืม...รู้แล้วน่า...ฉันไม่ทำอะไรล่วงเกินนายมากกว่านี้หรอก....” แม้จะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยังแอบขโมยหอมแก้มคนสวยไปหนึ่งทีอย่างไม่อายฟ้าอายดิน... ไม่อายเลยสักนิดนิดนึงว่า พวกน้องๆ และสต๊าฟคนอื่นก็ยังเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง...
“ก็นี่แหละเรียกว่าล่วงเกิน...คนบ้า...ปล่อยเลยนะ...”
“อืม...ปล่อยก็ได้...แต่เดี๋ยวตอนเดินออกไป... นายอย่าลืมสังเกตด้านซ้ายมือของพวกเรานะ...ตรงหลุมด้านหน้าเลย... อย่าลืมล่ะ....”
“อืมๆ....” ร่างบางรีบตอบส่งๆ ขืนเขาสองคนมัวแต่ลีลามากกว่านี้ คงได้ออกไปแสดงต่อไม่ทันแน่ๆ...
เมื่อได้ยินการตอบรับอันน่าพอใจ ยุนโฮก็ยอมปล่อยมือโดยง่าย และรีบหันกลับมาแต่งตัวต่อด้วยความรวดเร็ว ไม่นานนัก สมาชิกวงทงบังชินกิทั้งห้าคน ก็เตรียมตัวแสตนบายเพื่อออกไปร้องเพลงต่อไป....
.
.
.
“ เห็นไหม? . . เห็นยังอ่ะ ? ” ยุนโฮยังคงเซ้าซี้ . . ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเวลาเตรียมตัวอีกเพียงไม่นานหลังจากกลับเข้ามาจากเวที แต่ยุนโฮก็คงพยายามที่จะเข้าไปวอแวราวกับจะแกล้งคนสวยที่กำลังรีบร้อนเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ ไม่รู้อ่า ก็มองไปเรื่อย. . ” น้ำเสียงไม่ยี่ระตอบกลับ ทำเอาคนถามถึงกับหน้ามุ่ย
เมื่อเห็นว่าคนถามกำลังเบ้ปาก หน้าตาชี้ชัดเลยว่ากำลังงอน ร่างบางก็คลี่ยิ้ม พยายามซ่อนรอยยิ้มแพรวพราวไว้ด้วยใบหน้าจริงจัง
“ เอาน่า . .เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ . .ยังไงตอนนี้เราต้องเล่นคอนวันนี้ให้เต็มที่ . .เพื่อแฟนๆด้วยนะ ” แจจุงกำชับ
“ รู้แล้วน่า . .ฉันนะเต็มที่ทุกครั้งที่อยู่หน้าแฟนๆอยู่แล้วละ . . ” ยุนโฮตอบกลับอย่างเข้าใจ หากแต่เรียวปากก็ยังคงเบ้ออกอย่างน้อยใจ
“ แต่แหม . . ฉันก็แค่อยากให้นายเห็นนี่น่า ว่าแม้แต่ที่นี่ . .ในประเทศที่ไม่ใช่ที่ของพวกเรา . . แต่เราก็ยังมีกลุ่มคนที่เข้าใจและยอมรับพวกเราอยู่. . ก็แค่นั้นแระที่อยากบอกนายว่า สิ่งที่นายเคยบอกไว้ . . ว่าคนอื่นจะคิดว่าเรื่องที่เราคบกันนี่มันผิด . . แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนนะที่คิดว่าผิด . . ”
“ อย่างน้อย. . . จากป้ายไฟข้างหน้าเมื่อกี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า. .ยังมีกลุ่มคนที่เข้าใจและเข้าข้างพวกเรา . . กลุ่มคนที่รักและยอมรับพวกเราไม่ว่าสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่นี้นั้นมันจะผิดหรือถูกก็ตาม ”
ยุนโฮพูดพลางเกาะกุมมือบางแล้วสอดนิ้วเกี่ยวรัดเรียวนิ้วของอีกฝ่ายไว้ . . มือหนาลูบลาดไปตามเรียวนิ้ว สัมผัสแผ่วๆที่แหวนเงินราวกับจะย้ำเตือน . .
ชาย . . รักชาย ไม่ผิด . . แต่อาจผิด . . ตรงที่เขาเป็นคนของประชาชน . .
เพราะอย่างนั้น . .ถึงจะรักกันมากขนาดไหน. . แต่ก็ไม่อาจเปิดเผย หรือแสดงออกมาตรงๆได้ . . ไม่ได้ . .แม้แต่แค่จะใส่แหวนคู่กันให้เหมือนคู่รักทั่วไป. . ก็ยังทำไม่ได้
ไม่ว่า. .จะกอด. .จะโอบ ก็ต้องคอยทำในที่ลับๆ
ความรักที่ต้องหลบซ่อน . . อึดอัดทุกครั้งที่ต้องปิดบัง . .
แต่เพราะรักในสิ่งที่ทำอยู่ . . รักในทงบังชินกิ และรักในแคสสิโอเปีย
ถึงได้ยอม. . ยอมซุกซ่อนความลับนี้ไว้ . . แม้จะอยากเปิดเผยมากเท่าไรก็ตาม
อย่างที่แจจุงเคยบอกไว้ . . ที่เรากำลังคิดและคนอื่นกำลังคิด . . บางทีมันอาจจะผิดก็ได้ . . แต่ก็นั่นแระ . . มันอาจจะถูกสำหรับเราสองคนก็ได้ . . .
อย่างน้อย . . . ก็แค่เราสองคน . . กับแฟนคลับอีกกลุ่มหนึ่ง
ที่เข้าใจ . . ยอมรับ . .และ ยังเชื่อมั่น
เชื่อว่ามันถูก. . ถึงแม้สังคมรอบข้างจะตีตราว่ามันผิดก็ตาม . . .
.
.
“อ...อืม...ไปเถอะ...รีบออกไปกันดีกว่า...” แจจุงดึงมือออกมาจากการกอบกุมของอีกฝ่าย ใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นมาด้วยความเขินอายเสหลบไปอีกทาง ก่อนที่เจ้าของร่างบางจะเดินนำออกไป โดยมียุนโฮเดินตามไปติดๆ....
.
.
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง การแสดงก็จบลงด้วยดี เสียงกรี๊ดและเสียงอังกอร์จากบรรดาแฟนคลับชายหญิงยังคงดังก้องไปทั่วฮอลล์แม้พูดเขาจะได้กล่าวคำอำลาไปแล้วก็ตาม สมาชิกทั้งห้าคนกลับเข้ามาหลังเวทีเพียงชั่วครู่ ทั้งๆ ที่ตอนแรก พวกเขากะว่าจะทำเหมือนเมื่อวันที่สิบห้า คือวิ่งผ่านไปอีกฝั่งนึงของเวที แล้ววิ่งกลับมา แต่ทว่าก็เปลี่ยนใจ....
“นี่...ฉันว่าเราไปวิ่งรอบเวทีกันมั้ย...ไหนๆ วันนี้ก็วันปิดคอนแล้วนี่...” ยุนโฮเสนอความคิดเห็นออกมา สมาชิกที่เหลือต่างมองหน้ากันชั่วครู่ ก็ยอมตกลง...
แจจุงแอบงงอยู่ว่ายุนโฮคิดอะไร... เวทีออกจะกว้างแบบนั้น ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงก็ไม่รู้... และก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะเดาความคิดของเขาออก... ยุนโฮเดินเข้ามาโอบเอวแจจุงเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน....
“ไม่ต้องห่วงน่า... ถ้าเหนื่อยก็วิ่งช้าๆ ก็ได้... ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้นายล้มไปหรอก....”
“.....” แจจุงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงตอบรับ ก่อนที่ร่างสูงจะกระซิบบางอย่างที่ข้างใบหูบางอีกครั้ง....
“อย่าลืมมองล่ะ....” แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาว่าให้มองอะไร แต่แจจุงก็รู้ดีอยู่เต็มอก... อะไรของยุนโฮก็ไม่รู้ แค่เรื่องป้ายไฟแค่นี้เอง ทำตื่นเต้นไปได้... แจจุงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงรับปากอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งห้าคนจะไปยืนแสตนบายข้างเวที....
...
...
“หนึ่ง...”
.
“สอง...”
.
“สาม...”
.
...
...
“Hey!!!!!!!!!!.......”
...
...
.
.
และสุดท้าย... งานเลี้ยงก็มีวันเลิกรา.... พวกเขาทั้งห้ากลับมาหลังเวทีอีกครั้งด้วยความรู้สึกอิ่มเอม... ปลาบปลื้ม... ปิติ... ที่พวกเขาได้ทำเต็มที่... และทุกคนก็พอใจ และมีความสุขกับสิ่งที่พวกเขามอบให้...
หยาดเหงื่อไหลอาบจนชุ่มไปทั่วทั้งร่างกายของมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออกทั้งห้า เสียงหอบถี่ด้วยความเหนื่อยดังลั่นไปทั่วหลังเวที แต่ทว่าในเสียงแห่งความเหนื่อยนั้น กลับเจือไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก และรอยยิ้มแห่งความสุขที่ปิดไม่มิด....
...คิมจุนซู... ที่ถึงแม้จะเลยวันเกิดตัวเองมาแล้ววันนึงก็ตาม แต่ป้ายคำว่า ‘Happy Birthday Junsu’ ก็ยังไม่ได้หายไปไหน วันนี้ก็ยังมีคนถืออยู่ ราวกับว่าไม่ว่าจะเมื่อวานนี้ วันนี้หรือวันไหน ก็ยังเป็นวันเกิดของเขา และทุกคนก็ยังพร้อมที่จะอวยพรให้เขาเสมอ....
...ปาร์คยูชอน... ที่ไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็เห็นคนใส่หูมิคกี้เม้าส์เต็มไปหมด แถมวันนี้ เสียงเรียกชื่อของเขาก็ยังดังมากกว่าทุกวันอีกด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชุดที่เขาใส่มันล่อแหลม หรือการเซทผมใหม่ให้ดูดีขึ้น หรือเพราะความรักที่มากมายที่แฟนๆ มีให้เขากันแน่... แต่เขาก็ขอเหมาเองว่า มันเป็นเพราะทุกอย่างมารวมกัน เขาถึงได้รู้สึกดีแบบนี้....
...ชิมชางมิน... น้องเล็กของวง ที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยสักครั้ง ว่าเขาจะดังสู้พี่ๆ ทั้งสี่คนได้ แต่มาวันนี้ ป้าย ‘PRINCE SHIM’ ที่แฟนพร้อมใจกันชูขึ้นมาไม่รู้กี่ป้าย... แบนเนอร์จุงชิมที่กลุ่มแฟนคลับของเขาตั้งใจจะทำให้... และยังจะเสียงกรี๊ดและเสียงเรียกชื่อของเขาอีก แค่นี้ก็เป็นการยืนยันได้แล้วว่า.... ตัวเขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลยจริงๆ ทุกๆ คนที่นี่รักและให้ความสำคัญกับเขาเสมอ....
...คิมแจจุง... ชายหนุ่มหน้าหวาน เจ้าของเสียงกังวาน ที่ทำเอาบรรดาแฟนคลับกรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหว . . ไม่ใช่แค่เพียงแต่หน้าตาที่แทบจะสะกดทุกสายตาและดับลมหายใจของทุกคนที่จ้องมอง . . แต่เสียงที่เพราะพริ้งและรอยยิ้มที่ดึงดูดนั้นเองที่ทำให้แฟนคลับหลายคนที่กำลังจะละลายลมพับลงกองกับพื้น ยอมตะโกนจนสุดเสียง . .เพียงเพื่อให้สายตาของนางฟ้าหันกลับมามองที่ตนบ้าง. . . วันนี้ นอกจากแท่งไฟสีแดงที่ชูโบกไปมา เขายังเห็นแฟนๆสวมเขาสีแดง . . ทำให้นึกถึงตอนไปเชียร์บอลที่เขาเองก็สวมเขาสีแดง . . แล้วพอคิดเข้าข้างตัวเองว่าแฟนๆที่ใส่เขาเหล่านั้นคือบรรดาแฟนคลับของเขาเอง ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อล้นขึ้นมา . .
...จองยุนโฮ... ลีดเดอร์ร่างสูง ที่ไม่ว่าจะเดินไปไหน เสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มไปทั่ว... ทุกคนให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี เวลาที่เขาร้องเพลงทุกคนก็จะร้องตามไปด้วย แม้กระทั่งในช่วงที่เขาโซโล่ ที่ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่ามีคนไทยน้อยคนนักที่จะเข้าใจคำพูดที่ขึ้นอยู่บนจอมอนิเตอร์ เพราะมันเป็นภาษาเกาหลี แต่ทุกคนก็ยังพยายามที่จะพูดตามเขา แม้จะผิดๆ ถูกๆ ก็ตาม นั่นก็ทำให้เขาเป็นปลื้มแล้ว...
...
...
....แต่ถึงกระนั้น.... พ่อหมีไม่รู้จักพอก็ยังไม่พอใจ....
“แจจุง.... ออกไปตั้งหลายรอบแล้วนะ...นายเห็นรึยัง....” ถามด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ... ยังไงถ้าวันนี้เขาไม่ได้ฟังคำตอบที่น่าพอใจจากปากของแจจุง เขาคงต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจเหมือนกันว่าเขายังเล่นคอนเสิร์ตไม่จบแน่ๆ....
“เห็นอะไร....” ร่างบางตอบราวกับไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยุนโฮจึงตีสีหน้าหงุดหงิด....
“อะไรอ่ะแจจุง...อย่าบอกนะว่านายไม่ได้มองน่ะ....”
แจจุงไม่ได้ตอบ หากแต่ก็ยักไหล่ให้แทนคำพูด
“ อะไรกานอ่า > < . . ป้ายก็ไม่ได้มีแค่ป้ายเดียวซะหน่อย แบนเนอร์ก็มี . . .ไม่เห็นจริงๆนะเหรอ ?? ”
ร่างสูงที่เริ่มจะจนใจ ในที่สุดก็ยอมถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับกำลังอ้อน . . หากแต่ความหวังที่แอบคาดไว้อยู่ลึกๆก็พังลงไม่เป็นท่า เมื่อคนสวยตรงหน้าก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม . . แจจุงส่ายหัวดิกปฏิเสธด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเดินตามไปสมทบกับคนอื่นๆที่กำลังเริ่มเก็บข้าวของเตรียมกลับโรงแรม ทิ้งให้หมีใหญ่ของวงได้แต่ยืนมองคอตก
.
.
.
“ อะไรกันอ่ะ พี่ยุนโฮ . . คอนก็จบลงด้วยดีแล้วแท้ๆ ทำไมยังทำหน้าบูดอย่างนั้นละ ”
ในขณะที่รถตู้ยังคงวิ่งไปเรื่อยๆโดยมีจุดมุ่งหมายคือโรงแรมดุสิต . . ชางมินก็ชะโงกหน้าข้ามเบาะรถ มาถามคนเป็นพี่ที่ทำท่าเซ็งกะตายด้วยความเป็นห่วงพลางมองเหล่ไปยังพี่ชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
แจจุงที่นั่งติดกระจกกำลังเพ่งมองทิวทัศน์ตอนกลางคืนอย่างใจจดใจจ่อโดยไม่ได้สนใจหมีใหญ่ที่นั่งข้างๆ . . ท่าทางที่ดูแปลกๆไปของพี่ชายคนสวยทำให้น้องเล็กอย่างชางมินอดจะเป็นห่วงไม่ได้
“ ก็ไม่ได้ทะเลาะกันนี่น่า. .แต่ทำไมดูพี่แจจุงเหมือนจะเคืองๆพี่ยุนโฮอย่างนั้นละฮะ ” ชางมินแอบกระซิบถามเบาๆกับร่างสูง
“ . . . อืมม. . ไม่รู้เหมือนกันแฮะ -*- . . ก็ไม่ได้มีเรื่องผิดใจอะไรซักหน่อยนี่น่า . . ตอนเริ่มคอนก็ยังดี . .ช่วงแสดงก็ยังดี . .อ๊ะ . .!! ”
“ หืม!? ” ชางมินเลิกคิ้วสูงทันทีที่ยุนโฮชะงักคำพูด
“ . . แต่จะว่าไป. . ตั้งแต่ช่วงไหนกันนะ. .ที่เหมือนแจจุงจะเริ่มเดินหนี . . ” ร่างสูงเริ่มพึมพำเบาๆอย่างเพิ่งนึกได้
“ เดินหนี? ” ชางมินเลิกคิ้วอีกครั้งพลางพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในคอน . . ที่ไม่ว่านึกเท่าไร ก็นึกไม่ออกจริงๆว่าพี่ชายคนสวยเดินหนีพี่ยุนโฮตอนไหน
“ . . อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจหรอกนะ . .บางทีอาจจะคิดไปเอง . .แต่ไม่รู้ซิ . .เวลาที่พี่เดินตามแจจุงไป แจจุงก็จะเดินหนีไม่ก็เดินนำแทบทุกครั้งเลย . . บางครั้งก็ไปอีกทาง . .บางครั้งพยายามจะสบตา . .ก็มักจะเฉไปมองแฟนๆแทน . . ” ยุนโฮเริ่มกระซิบให้เบายิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าคนสวยเหมือนจะได้ยินสิ่งที่เขากำลังคุยกับชางมิน
“ แต่พวกพี่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันนี่น่า. .แล้วงี้พี่แจจุงจะทำอย่างงั้นไปทำไมอ่ะ? ”
“ นั่นซินะ. . ทำไมอ่ะ ? ”
.
.
.
“ ทำไมนะ . . ? ”
ร่างสูงยังคงเก็บคำถามนั้นไว้กับตัว . . แม้กระทั่งตอนลงจากรถและกลับเข้ามายังห้องในโรงแรม . . . ทันทีที่พ้นจากสายตาแฟนๆที่มารออยู่หน้าโรงแรม . . ยุนโฮก็รีบลากแจจุงเข้าห้องโดยทันที
.
.
.
“โอ้ย...ยุนโฮ...ไม่ต้องลากก็ได้...อะไรของนายเนี่ย...” แจจุงโวยวายเสียงดังพลางพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล....
“แจจุง...เรามีเรื่องต้องคุยกัน....”
“อะไรล่ะยุนโฮ...เอาไว้ก่อนไม่ได้หรือไง...เดี๋ยวมีงานมีตติ้งกับแฟนๆ ต่อนะ...” ร่างบางพูดพลางหันหลังกลับทำท่าจะเดินออกนอกห้อง หากแต่ยุนโฮกลับรั้งแขนของเขาเอาไว้อีก....
“ฉันรู้แล้ว...แต่ว่ายังไงฉันก็ต้องคุยกับนายให้รู้เรื่องก่อน...แจจุง...วันนี้นายเป็นอะไรของนายน่ะ...ทำไมเหมือนนายจะเดินหนีฉันตลอดเลย...ตั้งแต่ตอนอยู่บนเวทีแล้ว....”
“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่...” ร่างบางยักไหล่พลางตอบอย่างไม่ใส่ใจ นั่นก็ยิ่งทำให้ยุนโฮขุ่นเคืองใจเข้าไปใหญ่....
“ไม่จริงอ่ะ...ถ้าไม่ได้เป็นอะไรเลย... งั้นทำไมนายถึงไม่ยอมทำตามที่ฉันบอกล่ะ....”
“บอกอะไร...” แจจุงยังคงทำราวกับว่าไม่รู้เรื่องอะไรต่อไป....
“ก็เรื่องป้ายไฟนั่นไง...ทำไมนายถึงไม่ยอมมองล่ะแจจุง....”
“โธ่... เรื่องแค่นั้นเอง... นายจะตื่นเต้นไปทำไม... ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องใส่ใจมันเป็นพิเศษเลยนี่....”
คำตอบของแจจุง ราวกับใบมีดแหลมคมที่กรีดลงกลางหัวใจที่ยังคงเต้นเป็นจังหวะของยุนโฮให้ปวดร้าวลึกไปถึงข้างใน... ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้แจจุงต้องใส่ใจมันเป็นพิเศษอย่างนั้นเหรอ... ทำไมแจจุงถึงพูดแบบนั้น... สิ่งที่เขาอุตส่าห์ตื่นเต้นดีใจคิดว่าแจจุงคงชอบมันเหมือนอย่างที่เขารู้สึก... มันไร้ค่าขนาดนั้นเลยใช่มั้ย....
“แจจุง...”
“....”
“คำว่า...ยุนแจน่ะ...”
“....”
“มันไม่มีค่าสำหรับนายอีกแล้วใช่มั้ย...นายถึงได้พูดแบบนี้น่ะ....”
คำพูดและแววตาที่เจ็บปวดของยุนโฮ... แจจุงรับรู้ได้อย่างชัดเจน หากแต่ว่าเขาก็ยังคงแค่นยิ้มออกมาที่มุมปาก และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา....
“หึ...ใครกันแน่ที่คิดแบบนั้น...นายไม่ใช่เหรอ...ยุนโฮ....”
“ฉัน?... นายพูดอะไรของนายแจจุง...ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ....” ยุนโฮตอบกลับอย่างแปลกใจ เขาไปทำอะไรผิดให้แจจุงขุ่นเคืองใจตอนไหน....
“อ๋อ...เหรอ...ไม่ได้ทำเลยงั้นเหรอ....” แจจุงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา นั่นก็ยิ่งทำให้ร่างสูงงงเข้าไปใหญ่ เขาจึงลองพยายามคิดทบทวนดู....
“นึกดูดีๆ สิ....”
“....”
“นายจำได้มั้ย...ตอนที่มาถ่ายโฆษณายามาฮ่าน่ะ... แค่มีคนยิ้มให้ฉันทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย...นายก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟแล้ว... แต่สิ่งที่นายทำในครั้งนี้น่ะ... มันยิ่งกว่าอีกนะ....”
“....” ยุนโฮยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร สมองของเขายังคงประมวลผลอย่างสับสน สุดท้ายแจจุงก็เป็นฝ่ายทนไม่ได้ และเฉลยคำตอบออกมาเอง....
“มือผู้หญิงน่ะ...มันนิ่มดีมั้ย...จองยุนโฮ....”
“แจจุง!?!?...”
.
.
.
...ย้อนกลับไปราวๆ เกือบสองชั่วโมงที่แล้ว...
“ Hey, girl 그대 곁에 있을 때 나는 남자로 완성이 되고 ”
...
“ 힘을 가질 수 있죠 이제 세상 앞에 당당해요 Hey, girl ”
...
“(Hey, girl) 그대만이 마지막 사랑을 심을 수 있죠 ”
...
“이젠 변하지 마요 With me, Eternally.. ”
....
บทเพลงหวานหูที่มีชื่อว่า “Hey! Girl” ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงไพเราะและมีพลังของห้าหนุ่มวงทงบังชินกิ บรรดาแฟนเพลงต่างร้องเพลงตามพวกเขาอย่างเคลือบเคลิ้มพลางโบกแท่งไฟสีแดงไปมา ทุกอย่างดูเป็นปกติดู หากแต่ว่า ทุกคนคงมีคำถามอยู่ในใจไม่ต่างกันว่า...
‘ทำไมเพลงนี้ต้องมีผู้หญิงออกมายืนเต้นอยู่ด้านหลังหนุ่มๆ ด้วย...’
หากแต่ว่าพอลองคิดย้อนไปแล้วก็คงได้คำตอบเหมือนๆ กันว่า...
‘แล้วมันจะไปแปลกอะไรล่ะ...คอนเสิร์ต Rising Sun ที่เกาหลีเมื่อปีที่แล้วในเพลง Love after Love ก็มีผู้หญิงออกมาเต้นแบบนี้เหมือนกันนี่....’
ทุกอย่างจึงยังคงดำเนินต่อไปตามปกติที่มันควรจะเป็น... หากแต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่า... บนเวทีนั้น ก็มีใครบางคนที่มีคำถามค้างคาใจไม่แพ้แฟนคลับที่กำลังยืนดูอยู่เลย....
คิมแจจุง...เจ้าของใบหน้าสวยหวานที่มักจะได้สมญานามว่า “นางฟ้า” นั้น เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่มีผู้หญิงมาเต้นอยู่ข้างหลัง นั่นเป็นเพราะว่าเขาขอเอาไว้ เขาไม่ค่อยชอบให้มีคนมาเกาะแกะเวลาร้องเพลงสักเท่าไหร่ เพราะมันทำให้เสียสมาธิ... แต่ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีใคร มาเกาะแกะเขา เขาก็รู้สึกไม่ดีอยู่ดี....
ร่างบางคอยมองไปทางด้านซ้ายมือของตัวเองบ่อยๆ อย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์... เพราะดูเหมือนกับว่าพ่อลีดเดอร์หนุ่มสุดหล่อที่นั่งร้องเพลงอยู่ริมสุด ข้างๆ ชางมินนั้นท่าทางจะอารมณ์ดี ที่มีผู้หญิงอยู่ใกล้ๆ แถมยังยอมให้ถูกลูบคลำ อย่างไม่ว่าอะไรอีก... มันน่านัก....
และเหตุการณ์นั้นนั่นเอง ที่เป็นเหตุผลให้ คิมแจจุงแอบเล่นสงครามประสาทเงียบๆ โดยที่ยุนโฮไม่รู้ตัวจนกระทั่งจบคอนเสิร์ต....
....
....
“นี่...แจจุง...อย่าบอกนะว่าที่นายคอยเดินหนีฉันแล้วก็ไม่ยอมทำตามที่ฉันบอกเป็นเพราะเรื่องนี้น่ะ....” เมื่อทบทวนเหตุการณ์ทุกอย่างจนมั่นใจว่าได้คำตอบ ยุนโฮก็เอ่ยถามเสียงหลง....
“ก็มันน่ามั้ยล่ะ...รักนวลสงวนตัวน่ะทำเป็นมั้ย...ยุนโฮ....” แจจุงตอบพลางเชิดหน้าไปอีกทาง ยุนโฮได้แต่ส่ายศีรษะเบาๆ และยิ้มกว้างก่อนจะเข้าไปโอบอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง....
“โธ่...แจจุง...มันเป็นงานนะ...นายก็น่าจะรู้นี่นาว่าฉันไม่ได้อยากทำ...ถ้าจะโทษก็ไปโทษคนคิดคอนเซ็ปสิ...งอนฉันทำไมล่ะ...หืม....” พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะจูบเบาๆ ที่ข้างขมับของคนในอ้อมกอด...
“ไม่ต้องมาพูดเลย...คนบ้า....” แจจุงพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ยุนโฮก็ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เขายังคงกอดอีกฝ่ายเอาไว้แบบนั้น เวลาผ่านไปชั่วครู่ อยู่ๆ ร่างสูงก็จุดยิ้มที่มุมปาก....
“แจจุง...นายหึงฉันเหรอ....”
“บ...บ้า!!...” กำปั้นเล็กทุบลงบนแขนกำยำที่ยังคงโอบกอดเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย... เรื่องอะไรมาถามเขาตรงๆ แบบนี้เล่า... ใครมันจะไปยอมตอบกัน....
“ฉันไม่ได้บ้าซะหน่อย... การกระทำของนายน่ะ... ต่อให้ฉันเป็นเด็กอนุบาลสามฉันก็ดูออกว่านายหึงฉัน....”
“ไม่... เด็กแก่แดดล่ะสิ... ถึงได้คิดแบบนั้นน่ะ...คนบ้าๆๆ....”
ยุนโฮยิ้มกว้าง ยอมรับคำต่อว่าแต่โดยดี ก่อนที่เขาจะจับอีกฝ่ายให้หันกลับมาเผชิญหน้าและสบตากับเขา... มือหนาข้างหนึ่งรั้งเอวบางไว้ ส่วนอีกขึ้นก็ยกขึ้นมาลูบไล้แก้มเนียนเบาๆ....
“แจจุง...ฉันดีใจนะที่นายหึงฉันน่ะ....”
“บ...บ้า... ก็บอกว่าไม่ได้หึงไง....” ร่างบางหลบสายตามองไปอีกทาง ในขณะที่มือเล็กๆ ก็พยายามผลักร่างหนาให้ออกห่าง แต่ว่ายุนโฮกลับจับมือของเขาเอาไว้ และยกมันขึ้นมาจูบไล่ตั้งแต่ปลายนิ้วทีละนิ้ว ไปยังหลังมือ และจูบย้ำลงกลางฝ่ามือ....
“ดีใจจัง...ที่รู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่คอยหึงคอยหวงนายตลอดเวลา...นายเองก็เป็นเหมือนกัน....”
“ก็บอกว่าไม่ได้...อืม....” ไม่ทันที่จะได้เถียงจนจบประโยค ริมฝีปากสวยก็ถูกนิ้วแกร่งปิดเอาไว้ ก่อนที่นิ้วนั้นจะไล้ไปจนทั่วริมฝีปากบาง ทิ้งน้ำหนักลงไปเรื่อยๆ จากสัมผัสธรรมดา กลายเป็นการบดขยี้อย่างหนักหน่วง....
“คนปากแข็ง... ดูสิจะแข็งได้สักกี่น้ำ....” พูดจบก็รั้งคางสวยให้เงยขึ้น ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะทาบทับลงบนกลีบปากบางโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว....
“อื้อ....” แจจุงทุบอกแกร่งเบาๆ ด้วยความตกใจ แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาก็ต้องยอมแพ้ เมื่อยุนโฮกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบเอวของเขาจนแน่น และริมฝีปากร้อนๆ นั้นก็บดเบียดหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ราวจะกลืนกินเขาเสียให้ได้... ในที่สุดแจจุงก็ถูกความวาบหวามจู่โจมจนหมดเรี่ยวหมดแรงจะขัดขืน....
ยุนโฮใช้ปลายลิ้นไล้เลียเบาๆ ตรงรอยแยกของกลีบปากนิ่มให้เผยอออก ก่อนจะส่งลิ้นชื้นเข้าไปสำรวจภายในริมฝีปาก ที่เขาเคยครอบครองมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ไม่รู้จักเบื่อ ไม่ว่าจะได้ครอบครองสักกี่ครั้งก็ไม่รู้จักคำว่าพอเสียที ในเมื่อแจจุงทั้งสวยทั้งหวานแบบนี้ หากเขากลืนกินอีกฝ่ายได้คงดีไม่น้อย แจจุงจะได้หลอมละลายกลายเป็นคนเดียวกับเขา... เขาจะได้ครอบครองแจจุงไว้คนเดียว... ไม่ต้องให้ใครได้พบได้เจอ ได้เข้าใกล้คนที่เขารักอีก....
ริมฝีปากหนาบดเบียดแนบแน่น ในขณะที่ลิ้นร้อนก็ยังคงตวัดเลียหยอกเย้าปลายลิ้นนิ่มในโพรงปากเล็กต่ออย่างไม่ลดละ ยิ่งจูบยิ่งหวาน ยิ่งสัมผัส ยิ่งหลงใหล....
“อื้อ....” แจจุงครางออกมาเบาๆ เมื่อเริ่มหายใจไม่ออก สัมผัสของยุนโฮหนักหน่วงจนร่างกายของเขาร้อนรุ่มไปหมด เกรงว่าหากยุนโฮไม่ยอมปล่อยเขาตอนนี้ อารมณ์ของเขามันต้องเตลิดไปไกลแน่ๆ....
เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทรมานจากการขาดอากาศหายใจ ร่างสูงจึงยอมละริมฝีปากออกมา....
“แฮ่ก...ย...ยุนโฮ....” แจจุงเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่น พลางหอบออกมาน้อยๆ มือเล็กขยุ้มเสื้อยืดของอีกฝ่ายจนยับไปหมด... ยุนโฮมองร่างบางด้วยแววตาที่บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ปรารถนาที่มากมายของเขา อยากจะกดอีกฝ่ายลงไปบนที่นอน ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกไปให้พ้นสายตา แล้วกกกอด เสพสุขกันทั้งคืน ให้สาสมกับความรักที่พวกเขามีให้กันและกันจริงๆ หากแต่ว่า เวลาที่เขามีอยู่ตอนนี้มันก็จำกัด จึงทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากอย่างที่ใจนึก....
“แจจุง... นายอยากให้ฉันทำอะไรต่อ...หืม....” กระซิบถามเสียงแหบพร่าที่ข้างใบหูบาง ทั้งๆ ที่ก็รู้ดีว่าตอนนี้ แจจุงกำลังรู้สึกไม่ได้ต่างไปจากเขาเลย แต่เขาก็ยังอยากได้ยินแจจุงพูดออกมาจากปากของตัวเอง....
“ม...ไม่....” แต่ถึงกระนั้น ร่างบางก็ยังคงอายเกินกว่าจะเอ่ยความปรารถนาของตัวเองออกมาอยู่ดี....
“คนปากแข็ง....”
“อืม....” ในที่สุดริมฝีปากสวยก็ถูกครอบครองอีกครั้ง... ยุนโฮละเลียดจูบริมฝีปากหวานดูดดื่ม ลิ้นชื้นถูกส่งเข้าไปในโพรงปากอุ่นอย่างคุ้นเคย แต่คราวนี้ดูแจจุงจะตอบสนองดีกว่าเมื่อครู่....
วงแขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบคอแกร่ง ราวกับจะหาที่ยึดเหนี่ยว เช่นเดียวกับยุนโฮที่กอดแจจุงเอาไว้ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน... ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียตอบสนองการจูบที่หนักหน่วงอย่างคุ้นเคย...
ใช่ว่ามีแต่ยุนโฮคนเดียวเท่านั้น ที่ต้องการจะสัมผัสแจจุง... แจจุงเองก็ไม่ได้ต่างกัน...
เขาอยากจะอยู่ในอ้อมแขนของยุนโฮ
. .อยากให้อีกฝ่ายกอดเขา . . จูบเขา . . กลืนกินเขา . . สัมผัสเพียงเขาคนเดียว
. . . ไม่อยากให้ปล่อยมือเขาไปไหนอีกเลย . . .
ThE EnD ^^
Special Part ^^
บนเบาะหนานุ่มในชั้นเฟิรสต์คลาสของสายการบินแห่งหนึ่ง . . ชายหนุ่มทั้งห้าที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพกำลังอยู่ในท่าทางที่ผ่อนคลาย . . จุนซูกับยูชอนที่เลือกนั่งใกล้ๆกัน กำลังสุมหัวคุยกันพลางหัวเราะคิกคักกันสองคน ในขณะที่ลีดเดอร์ของวงอย่างยุนโฮ กำลังหลับอย่างสบายใจอยู่ข้างๆคนสวยร่างบาง
แจจุงแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนหลับแล้วก็หัวเราะเบาๆกับตัวเอง . . มือบางเอื้อมไปจับมือหนาแน่นพลางนึกถึงท่าทางเอาแต่ใจของคนตัวโตในคอน ที่พยายามคะยั้นคะยอให้เขามองป้ายไฟยุนแจ . .
พอนึกถึงแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ . . . นี่ยุนโฮไม่รู้จริงๆนะเหรอ ? . . นี่แสดงว่าเชื่อคำพูดของเขาจริงๆละซิท่า . .
.
.
แจจุงอมยิ้มหัวเราะกับตัวเองคนเดียวอีกครั้ง . . แต่ครั้งนี้ น้องเล็กของวงอย่างชางมินกลับเริ่มสังเกตเห็น . . ชางมินชะโงกหัวเข้ามาหาใบหน้าหวานใกล้ๆ พลางอมยิ้มและถามต่อ
“ นี่ตกลงดีกันแล้วละซิ !? ”
“ อะไรกัน. . พี่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันซะหน่อยนิ ” แจจุงยักไหล่ปฏิเสธ แต่ใบหน้านั้นยังอมยิ้มกว้าง
“ เฮอะ . .เป็นงั้นจริงก็ดีนะซิ . . เห็นพี่ยุนโฮกังวลอยู่ว่าไม่รู้พี่แจจุงงอนอะไร . . แต่ถ้าปรับความเข้าใจกันแล้วก็ดีแล้วละ ” น้ำเสียงของน้องเล็กนั้นแสดงชัดว่าโล่งอก
ชางมินหันกลับไปยังเบาะตัวเอง แต่ก่อนที่จะเริ่มใส่หูฟังipodและจอมจมไปในโลกแห่งเสียงเพลง ร่างสูงก็ชะงักหยุด พลางหันกลับมามองที่พี่ชายคนสวยอีกครั้งราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้
“ นี่พี่แจจุง. . ผมถามอะไรหน่อยซิ . . พี่ไม่เห็นป้ายไฟยุนแจนั่นจริงๆเหรอ? ”
.
.
.
“ เห็นซิ . . !! ” แจจุงยิ้มพราว ในขณะที่ยอมเปิดปากสารภาพความจริง. .สายตากลมโตของนางฟ้าก็ส่อแววเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด
“ พี่ไม่ได้เซ่อซ่าขนาดแสงส่องเข้าตาแล้วทำเป็นเมินหรอกนะ . . . จริงๆแล้วพี่เห็นก่อนยุนโฮด้วยซ้ำไป . . ก็ป้ายนั่นนะเจิดซะขนาดนั้น . . แถมยังอยู่ข้างหน้าอีก . .แฟนๆก็ตะโกนเรียกซะดังเชียว . .มองไม่เห็นก็แปลกแล้ววววละ ^^ ”
“ อ้าว!! แล้วงี้ทำไมถึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นละ!? ” ชางมินเผลอขัดขึ้นด้วยความแปลกใจ . . ในขณะที่ก็กำลังพยายามจะเค้นเอาคำตอบด้วยสีหน้าจริงจัง แจจุงก็ยอมหลุดคำตอบออกมาด้วยใบหน้าที่แดงเรื่อ
.
.
“ . . . ก็พี่เขินนะซี่~ ” ใบหน้าหวานก้มหลบสายตาน้องเล็กที่มองมาอย่างเขินอาย
“ แฟนๆก็มองอยู่ตั้งเยอะแยะ. .กล้องก็แพลนมาที่พี่ . . ถึงจะอยากยิ้มให้อย่างไง แต่พอคิดแล้วมันก็อดอายไม่ได้นี่น่า . . ”
. . .ใช่แล้ว . . ใจจริงแล้ว อายจะตาย . . อายจนอยากจะหลุดกร๊ากออกมาบนเวทีเลยด้วยซ้ำ !!
. . แต่เพราะตอนนั้นกำลังร้องเพลง . . เพราะตอนนั้นกล้องกำลังแพลนมา . . ถึงได้แต่กลั้นยิ้มเอาไว้
ทั้งๆที่ปลื้มใจจะตาย . . ทั้งปลื้มและประทับใจ
. . ไม่ใช่แค่ป้ายไฟ
. . ไม่ใช่แค่ป้ายมือ
. . ไม่ใช่แค่แบนเนอร์
. . ไม่ใช่เพียงแค่เสียงตะโกนเรียก . . .
แต่เป็นที่ตัวแคสสิโอเปียชาวไทยต่างหาก . . ที่ทำให้ปลาบปลื้มได้ขนาดนี้
.
.
และที่น่ายินดีกว่านั้น . .ก็คือสิ่งที่แฟนคลับ พยายามจะบอกกับเขา. .
จากสิ่งที่เห็น . . จากสิ่งที่ทำให้
เหมือนแฟนๆพยายามจะบอก ว่า . . ทุกคนยอมรับ . . เข้าใจ . . และรักในสิ่งที่เขาเป็น . .
แม้ในบางที่จะต่อต้าน . . แต่อย่างน้อยก็มีบางกลุ่มละที่พร้อมจะเข้าข้าง . . พร้อมจะยืนอยู่ข้างๆ . .
เป็นกำลังใจ . . เป็นแรงใจ . .
แม้ในสิ่งที่คนอื่นมองว่าผิด . . แต่ตอนนี้ . . ไม่ใช่เพียงแค่เขากับยุนโฮเพียงสองคนเท่านั้น . . ที่คิดว่าถูก
แม้จะไม่เหมาะสม . . แต่ก็ไม่มีได้แค่เขาสองคนอีกต่อไปแล้วที่คิดเข้าข้างตัวเองว่ามัน ‘ ใช่ ’
.
.
เขายังคงมีกลุ่มคนอีกกลุ่ม . . ที่รัก ในสิ่งที่พวกเขาเป็น . . และยอมรับ ในตัวตนของพวกเขา . .
.
.
“ . . นี่ถ้าพี่ยุนโฮตื่นมาได้ยินก็คงจะดีใจนะ ” จู่ๆชางมินก็พูดขึ้นมา ทำเอาร่างบางถึงกับผวาต้องหันกลับไปมองหมีตัวใหญ่ที่กำลังนอนซบอยู่ข้างๆ
“ พี่เขาอยากให้พี่แจจุงเห็นป้ายไฟนั่นจะตาย. . ถ้ารู้ว่าจริงๆแล้วพี่ก็เห็น แถมพี่ยังเขินด้วยอย่างงี้อีก . . มีหวังพี่แกคงปลื้มอกปลื้มใจน่าดู ”
ชางมินพูดพลางยิ้มกริ่ม . . ก่อนจะกลับไปสนใจipodตัวเองอีกครั้งโดยไม่ได้สนใจพี่ชายคนสวยที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความงุนงงกับประโยคสุดท้ายที่เขาจงใจทิ้งไว้
.
.
.
ในขณะที่บทสนทนานั้นดำเนินไป . . แจจุงจะรู้บ้างไหมนะ . . ว่าร่างสูงที่กำลังนอนซบ . . กำลังอมยิ้มหน้าระรื่น
.
.
.
‘ อย่าลืมนะฮะ . . พี่สัญญาแระนะว่าจะเลี้ยงข้าวผม ^^ ’
นั่นคงเป็นคำพูดที่ชางมินอยากจะพูด . . แต่ใช้เพียงส่งผ่านทางสายตา . . โดยจงใจส่งไปยังร่างๆหนึ่งที่กำลังแกล้งทำเป็นนอนหลับอยู่บนไหล่คนสวยอย่างรู้กัน
ยุนโฮที่นัดแนะกับชางมินไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องพยายามซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ที่มุมปากในขณะที่เปลือกตาทั้งสองข้างปิดสนิท . . โชดดีที่ร่างบางที่เขากำลังซบอยู่กำลังสนใจชางมิน . . ร่างนั้นจึงไม่ได้รู้เลย . . ว่าสิ่งที่ตัวเองพยายามแกล้งหมีมาตลอดตั้งแต่ตอนคอน . .โดนหมีซ้อนแผนอีกชั้นแกล้งคืนจนได้
. . ทั้งๆที่อุตสาห์ปิดไว้จนคิดไปแล้วว่ายุนโฮต้องเชื่อสนิทแน่ๆว่าเขาเองไม่เห็นป้ายไฟ . . อุตสาห์ได้แกล้งหมีใหญ่ทั้งที่ . .อุตสาห์ได้เห็นพ่อหมีร้องอ้อนทำท่าเอาแต่ใจแล้วแท้ๆ
. . ทั้งๆที่เคยแอบหัวเราะยุนโฮที่ไม่รู้อะไรเลยไว้ . . แต่ตอนนี้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นกลับฉายอยู่บนมุมปากของคนที่ไม่รู้อะไรนี่ล่ะ . . !!
. . และแจจุงเอง ก็คงจะยังไม่รู้ต่อไปอีกเช่นกัน. . ว่าแผนแกล้งคืน นั้นก็ยังไม่ได้จบแต่เพียงแค่นี้ !! . . คงไม่รู้เลยจริงๆว่าร่างสูงที่กำลังแกล้งหลับอุตุ กำลังวาดแผนวิธีการแกล้งคืนบนเตียงไว้แล้วด้วย . . . >.,< !!!!!!!
ThE EnD (2)
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
Ayako’s talk
อ่า.... มาแระ อิอิอิ.... เป็นไงมั่งคะฟิกเรื่องนี้ อย่างที่ต่ายบอกเลย สนองนี๊ดส์คนแต่งเต็มที่ กร๊ากๆๆๆๆ จริงๆ อายะไม่ถนัดแนวนี้เลยค่ะ ปกติจะแต่งแต่แนวจิตๆ โหดๆ ไม่ค่อยได้แต่ฟิกอิงน่ารักๆ ง่า... ถ้าพลาดไปตรงไหนอย่าว่ากันเน้อ....
หลายคนคงงงว่า เรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมถึงมีฟิกเรื่องนี้ใช่มั้ยคะ เอาล่ะ อายะขอเล่าให้ฟังอย่งละเอียด อิอิ
เรื่องมันมีอยู่ว่า... วันคอนวันที่สิบหกอ่าค่ะ...
อายะกับต่ายแล้วก็เพื่อนอีกคนนึงอยู่ฝั่งเออาร์ (ยืนหน้าบล็อกหน้า สี่พันห้า)
แล้วต่ายก็เอาป้ายไฟ “ยุนแจ” มาด้วย....
แล้วทีนี้ มันถึงเพลงอะไรก็ไม่รู้อ่าค่ะ ลืม... แหะๆๆ ที่เค้าใส่เสื้อยืดกันอ่า...
นั่นแหละ หนุ่มๆ เค้าก็เดินไปที่เวทีกลางกัน
ทีนี้มันต้องผ่านทางเดินอ่าค่ะ ตอนแรก แจจ๋าเดินมาก่อนเลย
ต่ายก็ยกป้ายไฟขึ้นมา เพราะวันนั้นมันเป็นบัตรยืน
เลยยกสูงไม่ได้ ถ้าบังคนอื่นจะโดนด่าเอา ต่ายเลยยอมสละตัวเอง
ยกป้ายไฟขึ้นบังหน้าตัวเองพอดีเลย
(ต้องเลือกอ่าค่ะ ถ้าจะให้แจเห็นป้ายไฟ ต่ายก็อดเห็นแจ เพราะป้ายบังมิด)
เราก้อช่วยกันเรียก แจจุงงงง แจจุ๊งงงงง
แจจุงมองมาฝั่งเออาร์นะ แต่คือ มองไปเรื่อยๆ ไม่แสดงอาการอะไรเลย
(อายะว่าแจเห็นอ่า แต่ไม่แสดงอาการอะไร)
แล้วก็เดินไป จากนั้นคนอื่นก้อเดินตามมา ต่ายก็เอาป้ายลง
จนกระทั่งยุนเดินมา ต่ายก็ยกป้ายไฟขึ้นปิดหน้าตัวเองอีก...
เราก้อช่วยกันเรียก ยุนโฮฮฮฮฮ ยุนโฮววววววววว
ยุนก็เดินยิ้มมา ยิ้มหล่อๆ ปกติสไตล์เค้าอ่า
เราก้อช่วยกันตะโกนอีก... ยุนโฮวววววววววววววว....
สักพัก พอยุนเดินผ่าน ยุนก็มองมาทางเออาร์อ่า มองไปเรื่อยๆ
สักพัก.... อันนี้ขอยืนยันค่ะ ว่าอายะกับเพื่อนอีกคนเห็นจริงๆ
เพราะยืนอยู่ข้างหลังต่าย ยุนมองมาที่ป้ายไฟค่ะ แล้วก็...
จากที่ยิ้มธรรมดา พ่อคุณกระตุกยิ้มเห็นฟันเลย แล้วก็เดินไป
อายะก็แบบ... ช็อคค่ะ... อึ้งไปสามวิ ก็หันไปถามเพื่อน...
เมย์แกเห็นเปล่า... ตะกี้ยุนยิ้มอะ... เพื่อนอายะเค้าก็บอกว่าเห็นๆๆๆ....
โอ้ว... อายะก็เลยไปถามต่ายค่ะ แต่ต่ายไม่เห็นเพราะป้ายไฟบังหน้า....
ฮ่าๆๆๆ.... น่าสงสาร วันนั้นโฮกมากค่ะ ตายอย่างสงบกันเลยทีเดียว
รอยยิ้มยุนบาดใจมาก.... อร๊ายยยยยยยย....
เห็นมีหลายคนบอเหมือนกัน ว่าเค้าก็ทำป้ายไฟยุนแจมา ยุนก้อยิ้มให้
ไม่ก็โบกมือให้กันเลยทีเดียว บับว่า... รักยุนที่สุดเลยยยยยยยยยย....
และนั่นแหละค่ะ... ต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด...
จิ้นไกลค่ะ จิ้นไกล... อิอิ...
แล้วก็...ขอให้เครดิทบอร์ดจุงชิมด้วยค่ะ ที่ทำป้าย ‘PRINCE SHIM’ มา แล้วอายะก็อ้างอิงในฟิกเรื่องนี้ด้วย คงไม่ว่ากันนะคะ.... แล้วก็อยากจะฝากบอก พี่ๆ ที่ทำว่า... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ... อายะเห็นแล้วภูมิใจแทนมินมากๆ แบบ วันนั้นมองไปด้าน ขวามือแล้วเห็น กลุ่มคนรักมินเต็มเลย แทบจะเป็นอาณาจักร แล้วมินก็ไปยืนตรงนั้นด้วย แล้วตรงที่ยืนก็มีคนชูป้ายเต็มไปหมด เห็นแล้ว แบบ.... หัวใจพองโต.... ชางมินก็คงมีความสุขน่าดู ที่ร้ว่าเขามีแฟนคลับทีทำเพื่อเขามากมายขนาดนั้น อร๊ากกกกกกก.... ขอบคุณอีกครั้งค่ะ....^^.....
เอาล่ะค่ะทุกคน เจอกันฟิกเรื่องหน้า (ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่....) อิอิ เอาเป็นว่า อาจารย์เผลอ เราเจอกัน (บอกแล้วว่าฟิกเรื่องนี้ ตอนต้นๆ แต่งในห้องเรียน อิอิ)
รักทุกคนค่ะ จุ๊บๆ สู้ๆ....
edit @ 23 Dec 2007 12:32:40 by zebracat